วันเสาร์ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2552

10 วิธีการกินอาหารเพื่อสุขภาพที่ดี


ในแต่ละวันเราจำเป็นต้องรับประทานอาหารมากมาย มีคำแนะนำจากหลายสำนักให้กินนั่น ห้ามกินนี่จนไม่รู้จะเชื่อใครดี วันนี้เราจึงมีเคล็ดลับง่ายๆ ของการกินให้ได้ประโยชน์สูงสุดต่อสุขภาพอย่างเต็มที่มาฝาก
1. กินอาหารเช้า เป็นพฤติกรรมพื้นฐานที่ส่งผลต่อจิตใจ และพลังชีวิตของคุณไปตลอดทั้งวัน และช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในเส้นเลือด ลดอัตราเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ ช่วยเผาผลาญพลังงานให้ดีขึ้น ทำให้คุณกินอาหารในมื้ออื่นๆ น้อยลง
2. เปลี่ยนน้ำมันที่ใช้ปรุงอาหาร ยอมจ่ายแพงสักนิดใช้น้ำมันมะกอก หรือน้ำมันดอกทานตะวัน ปรุงอาหารแทนน้ำมันแบบเดิมที่เคยใช้ เพราะเป็นไขมันที่ไม่เป็นโทษต่อร่างกาย และมีกรดไขมันอิ่มตัวที่เป็นประโยชน์ ช่วยลดไขมันในเส้นเลือดได้เป็นอย่างดี

ส่วนที่เหลือ 3. ดื่มน้ำให้มากขึ้น คนเราควรดื่มน้ำวันละ 2 ลิตรเป็นอย่างน้อย (ยกเว้นในรายที่ไตทำงานผิดปกติ) เพื่อหล่อเลี้ยงเซลล์ในร่างกาย ฟื้นฟูระบบขับถ่าย รักษาระดับความเข้มข้นของเลือด จะทำให้สดชื่นตลอดวันเลยทีเดียว
4. เสริมสร้างแคลเซียมให้กับกระดูก ด้วยการดื่มนม กินปลาตัวเล็กทั้งตัวทั้งก้าง เต้าหู้ ผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง ผักใบเขียว เพราะแคลเซียมเป็นสิ่งจำเป็นที่จะเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้อและกระดูก ทำให้ระบบประสาททำงานได้เต็มประสิทธิภาพ
5. บอกลาขนมและของกินจุบจิบ ตัดของโปรดประเภทโดนัท คุกกี้ เค้กหน้าครีมหนานุ่ม ออกจากชีวิตบ้าง แล้วหันมากินผลไม้เป็นของว่างแทน วิตามิน และกากใยในผลไม้ มีประโยชน์กว่าไขมัน และน้ำตาลจากขนมหวานเป็นไหนๆ
6. สร้างความคุ้นเคยกับการกินธัญพืชและข้าวกล้อง เมล็ดทานตะวัน ข้าวฟ่างและลูกเดือย รวมทั้งข้าวกล้องที่เคยคิดว่าเป็นอาหารนก ได้มีการศึกษาและค้นคว้าแล้ว พบว่า ช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคหัวใจถึง 1 ใน 3 เลยทีเดียว เพราะอุดมไปด้วยไฟเบอร์ ที่ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล และควบคุมน้ำตาลในเลือดให้สมดุล
7. จัดน้ำชาให้ตัวเอง ทั้งชาดำ ชาเขียว ชาอู่ล่ง หรือเอิร์ลเกรย์ ล้วนแล้วแต่มีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระ การดื่มชาวันละ 1 ถึง 3 แก้ว ช่วยลดอัตราเสี่ยงมะเร็งกระเพาะอาหารถึง 30%
8. กินให้ครบทุกสิ่งที่ธรรมชาติมี คุณต้องพยายามรับประทานผักผลไม้ต่างๆ ให้หลากสี เป็นต้นว่า สีแดงมะเขือเทศ สีม่วงองุ่น สีเขียวบล็อกเคอรี สีส้มแครอท อย่ายึดติดอยู่กับการกินอะไรเพียงอย่างเดียว เพราะพืชต่างสีกัน มีสารอาหารต่างชนิดกัน แถมยังเป็นการเพิ่มสีสันการกินให้กับคุณด้วย
9. เปลี่ยนตัวเองให้เป็นคนรักปลา การกินปลาอย่างน้อยอาทิตย์ละครั้ง ได้ทั้งความฉลาดและแข็งแรง เพราะปลามีกรดไขมันโอเมก้า 3 และโปรตีน ที่ช่วยควบคุมการเต้นของหัวใจให้เป็นปกติ และบำรุงเซลล์สมอง ทั้งยังมีไขมันน้อย อร่อย ย่อยง่าย เหมาะสำหรับคนที่ต้องการหุ่นเพรียวลมเป็นที่สุด
10. กินถั่วให้เป็นนิสัย ทำให้ถั่วเป็นส่วนหนึ่งของอาหารที่คุณต้องกินทุกวัน วันละสัก 2 ช้อน ไม่ว่าจะเป็นของหวานของคาว หรือว่าของว่างก็ทั้งโปรตีน วิตามิน และแร่ธาตุสำคัญๆ หลายชนิด ต่างพากันไปชุมนุมอยู่ในถั่วเหล่านี้ ควรกินถั่วอย่างสม่ำเสมอ แต่ไม่ควรกินครั้งละมากๆ เพราะมีแคลอรี่สูง อาจทำให้อ้วนได้

อ่านต่อ

ทำไม! กล้วยถึงไม่มีเมล็ด


กล้วยหอมเป็นพืชมีดอกต้องผสมเกสรจึงจะให้ผล ดังนั้นกล้วยหอมจึงควรมีเมล็ดเหมือนกล้วยป่าซึ่งมีเมล็ดเปลือกแข็งหุ้มอยู่ในเนื้อของผล แต่ เพราะความสามารถในการปรับปรุงพันธุ์พืชของคนเราทำให้เราได้กล้วยหอมที่มีเมล็ดเล็กมากและไม่มีเปลือกแข็งหุ้ม
ส่วนที่เหลือ แต่ถ้าสังเกตุให้ดีจะเห็น มีจุดสีน้ำตาลเล็กๆ เรียงรายอยู่ในเนื้อกล้วยนั่นคือเมล็ดที่ฝ่อไปแล้วนั่นเอง ด้วยสาเหตุนี้เราจึงหาวิธีแพร่พันธุ์กล้วยโดยการแยกหน่อ ทำให้ เรายังคงมีกล้วยหอมที่ไม่มีเมล็ดกินกัน

อ่านต่อ

วันศุกร์ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2552

ทายนิสัยจากการสวมแหวน


นิ้วโป้ง คุณเป็นคนทันสมัย ชอบแสงสี ชอบงานสังคม รักสนุก รื่นเริง คุณเป็นคนที่มีพลังอยู่เสมอ ยิ่งเรื่องเที่ยวด้วยแล้วขอให้บอกมาเถอะ ลุยไหนลุยกัน คุณมีความสุขในการใช้ชีวิตและพร้อมที่จะเผชิญสิ่งใหม่ ๆ เสมอ
นิ้วชี้ คุณเป็นคนที่ค่อนข้างเชื่อมั่นในตัวเอง และมีความรับผิดชอบสูง ชอบการได้เป็นผู้นำ พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับอุปสรรคทุกอย่าง มีความมุ่งมั่น ฟันฝ่าเพื่อให้มีชีวิตที่ดีขึ้น

ส่วนที่เหลือ นิ้วกลาง
คุณยังอยากที่จะเป็นเด็กอยู่เสมอ ปฏิเสธที่จะเติบโต เป็นคนค่อนข้างดื้อรั้น และเอาแต่ใจตัวเอง อย่างไรก็ตาม คุณก็เป็นคนที่มีความจริงใจ รักและห่วงใยต่อเพื่อนและครอบครัว
นิ้วนาง
คุณเป็นคนที่อารมณ์อ่อนไหว โรแมนติก หวังที่จะเจอรักแท้ที่จะทำให้หัวใจอบอุ่นจนชั่วนิรันดร์
นิ้วก้อย
คุณเป็นคนที่สุภาพ อ่อนโยน คุณให้ความสนใจกับรายละเอียด เล็ก ๆ น้อย ๆ ของสิ่งต่าง ๆ ไม่ยอมปล่อยให้ความผิดพลาดเกิดขึ้น แม้สิ่งนั้นจะเป็นเรื่องเล็ก ๆ ก็ตาม การทำงานคือชีวิตจิตใจของคุณ
สวมหลายนิ้ว
คนที่สวมแหวนตั้งแต่ 4 วงขึ้นไป จัดว่าเป็นคนที่ขาดความเชื่อมั่นในตัวเอง ชอบชีวิตที่หรูหรา แต่มักจะขาดเพื่อนหรือคนรักที่รู้ใจ
ไม่สวมเลย
คุณชอบชีวิตที่เรียบง่าย ไม่มีพิธีรีตอง เป็นคนที่มีความจริงใจ เชื่อถือได้ รักความสงบ ฉลาดสุขุม เป็นคนที่ทำงานหนักและต้องการเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ คุณมักจะไม่ชอบอยู่ท่ามกลางฝูงชนเยอะ ๆ และหลีกเลี่ยงการกระทบกระทั่งกับผู้อื่น

อ่านต่อ

ใส่รองเท้าส้นสูงสวยแต่สี่ยง


ผู้หญิง ความงาม และการแต่งตัว ต่างเกิดมาเพื่อกันและกัน การที่ผู้หญิงคนหนึ่งลุกขึ้นมาแต่งเนื้อแต่งตัว ก็เพื่อเพิ่มความเด่น ลบความด้อย เสริมบุคลิกภาพในการเข้าสังคม โดยเฉพาะรองเท้าส้นสูง ดูจะเป็นเครื่องแต่งกายชิ้นหนึ่งที่คุณผู้หญิงให้ควา มสำคัญ เมื่อสวมแล้วเดินสวยๆ เข้ากับเสื้อผ้าที่ใส่ยิ่งส่งให้ดูสง่าผ่าเผยขึ้นทัน ตา แต่การสวมรองเท้าส้นสูงบ่อยๆ อาจทำให้เกิดปัญหาสุขภาพตามมาได้

ส่วนที่เหลือ จากการพูดคุยกับรองศาสตราจารย์ นายแพทย์ พงษ์ศักดิ์ ยุกตะนันท์ แผนก แผนกศัลยศาสตร์ออร์โธปิดิคส์ และกายภาพบำบัด โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ เผยถึงปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นกับคุณผู้หญิงที่สวมรองเ ท้าส้นสูงเป็นประจำ จะมีอาการ เช่น ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ เกิดโรคข้อนิ้วหัวแม่เท้าเสื่อม แข็ง เก ผิดรูปหรือซ้อน รวมทั้งอาจเกิดรอยด้านบริเวณผิวหนังที่ถูกเสียดสี เป็นตาปลา เกิดก้อนแข็งๆ ปูดนูนขึ้น เจ็บบริเวณเล็บ หรือเล็บขบอีกทั้งขณะที่สวมรองเท้าส้นสูง อวัยวะบางส่วนของร่างกายต้องรับบทหนัก เริ่มที่ หลังส่วนกลาง : จะต้องบิดโค้งเพิ่มมากขึ้น, เชิงกราน : ถูกยกอย่างไม่สมดุล ทำให้กล้ามเนื้อบริเวณเชิงกรานอ่อนแอ, เข่า : ต้องรับน้ำหนักมากขึ้น อาจทำให้เกิดอาการปวด โรคกระดูก หรือข้อต่ออักเสบตามมา, น่อง : การเดินเขย่งจะทำให้กล้ามเนื้อน่องสั้นขึ้น, ข้อเท้า : การขยับข้อเท้าในขณะสวมรองเท้าอยู่นั้น หากทำผิดจังหวะ อาจทำให้ข้อเท้าแพลง, เท้า : ส่วนที่รับบทหนัก เพราะต้องรักษาดุลไปด้านหน้า ส่งผลต่อกระดูกที่ฝ่าเท้าอาจมีอาการปวดเมื่อย จนอักเสบ การใส่ส้นสูงเกิน 1 นิ้วครึ่งจะทำให้แนวกระดูกสันหลังช่วงล่างแอ่นมากกว่ าปกติ ซึ่งจะนำมาสู่การปวดหลัง อาการทั้งหมดที่กล่าวมา ไม่จำเป็นว่าจะต้องเกิดขึ้นกับคุณผู้หญิงทุกคนเสมอไป เพราะแต่ละคนมีรูปเท้า หรือลักษณะเท้าที่แตกต่างกัน เช่น รูปเท้าเรียว อวบนูน จะไม่ค่อยเกิดปัญหา แต่รูปเท้าแบนราบ มักเกิดอาการปวดเมื่อย ทั้งนี้เพราะฝ่าเท้าจะสัมผัสกับพื้นรองเท้ามากเป็นพิ เศษ ประกอบกับพื้นรองเท้าส่วนใหญ่จะแคบ ทำให้เท้าถูกบีบรัดตัว ผู้มีรูปเท้าแบน จึงควรเลือกรองเท้าพื้นกว้างๆ จะปลายกว้างหรือปลายแหลมก็ได้ หากมีอาการปวดเมื่อยเท้า ควรแช่ด้วยน้ำอุ่นจัด ด้วยระดับน้ำที่สูงถึงครึ่งน่อง นาน 10-15 นาที พร้อมทั้งออกกำลังเท้าและนิ้วเท้า โดยกระดกปลายเท้าขึ้น-ลง เหยียดงอนิ้วเท้า หันฝ่าเท้าสลับเข้า-ออก หรือใช้มือบีบนวดบริเวณอุ้งเท้า ซึ่งเป็นส่วนที่มีเส้นเลือดและเส้นประสาทจำวนวนมาก จะช่วยบรรเทาอาการเมื่อยลงได้ สำหรับผู้ที่มีอาการเท้าแพลง เบื้องต้นในระยะ 1-2 วันแรก ใช้น้ำแข็งประคบ 5-10 นาที วันละ 2-3 ครั้ง พันด้วยผ้ายืด พักการใช้งานข้อเท้า หากอาการยังไม่ดีขึ้น ควรปรึกษาแพทย์ เมื่อใช้งานเท้าหนัก ก็ควรดูแลเท้าด้วยวิธีง่ายๆ ทำได้ที่บ้าน อย่างการทำ ‘สปาเท้า’ เพราะแค่มีมะขามเปียก สบู่เหลวหรือสบู่ก้อน แปรงสีฟันเก่าที่เลิกใช้ สำลี โทนเนอร์ และโลชั่นน้ำนม ก็สามารถทำได้แล้ว เริ่มจากการขัดด้วยมะขามเปียก ตามด้วยสบู่ ขัดไปเรื่อยๆ ให้รู้สึกผ่อนคลาย นำแปรงสีฟันมาถูบริเวณรอยดำ รอยด้าน จากนั้นใช้สำลีชุบโทนเนอร์ ขัดบริเวณที่ด้าน เช่น ส้นเท้า สุดท้ายค่อยลงโลชั่นน้ำนมให้ทั่ว คุณก็จะได้เท้าที่สะอาด ผ่อนคลาย หากพอมีเวลาควรทำสปาเท้าอย่างน้อย 1 ครั้งต่อสัปดาห์ เห็นทีคุณผู้หญิงคงจะต้องพิถีพิถันกับการดูแลเท้าให้ มากขึ้น หากไม่สามารถเลิกสวมรองเท้าส้นสูงทั้งๆ ที่มีอาการปวดเมื่อย ก็ควรลดความสูงลงบ้าง รวมทั้งการฝึกเดิน-ยืน โดยการเขย่ง คล้ายๆ กับเวลาที่สวมรองเท้าส้นสูงเพื่อสร้างความคุ้นเคย และอย่าลืมดูแลเท้าตามคำแนะนำ เพื่อสุขภาพเท้าที่ดี และการเดินบนรองเท้าส้นสูงคู่สวยด้วยความมั่นใจ.

อ่านต่อ

แตงกวาเพื่อความงาม 8 ประการ


แตงกวา เป็นผักที่เหมาะกับการกินยามอากาศร้อน เพราะมีน้ำเป็นองค์ประกอบถึงร้อยละ 96 ช่วยลดความร้อนและเพิ่มความชุ่มชื้น ช่วยให้ร่างกายสดชื่น ธาตุโพแทสเซียมและแมงกานีส ในเปลือกแตงกวาช่วยควบคุมความดันเลือดและสมดุลของสารอาหารในร่างกาย ธาตุแมงกานีสช่วยเสริมการทำงานของระบบประสาท กล้ามเนื้อ และระบบขับถ่าย มีพลังงานต่ำ เหมาะกับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก แตงกวาเป็นมิตรแท้ของดวงตา บรรเทาอาการเหนื่อยล้าของดวงตา ลบถุงดำใต้ตา ช่วยบำรุงผิว ทำให้ผิวหน้าผุดผ่อง สดใส ป้องกันสิวและสิวหัวดำ มีสูตรทำเองได้ง่ายๆ มาฝาก ดังนี้

ส่วนที่เหลือ 1. บรรเทาอาการเหนื่อยล้าของดวงตา
หั่นแตงกวาเป็นแว่นตามขวาง หลับตาวางแว่นแตงกวาลงบนเปลือกตา นอนในที่เงียบแสงสลัวๆจะช่วยบรรเทาอาการเหนื่อยล้าของดวงตา ที่เกิดจากการใช้งานนานๆได้รับฝุ่นควัน แสงจ้า หรือใส่คอนแท็กเลนส์นานเกินไป2. ลบถุงดำใต้ดวงตา
ใช้น้ำคั้นผลแตงกวา 1 ช้อนโต๊ะผสมน้ำคั้นมันฝรั่ง 1 ช้อนโต๊ะ ทารอบดวงตา พักราว 15 นาที จึงล้างออก
3. ผิวหน้าผุดผ่อง
ใช้น้ำคั้นผลแตงกวาและนมสดปริมาณเท่าๆกัน เติมน้ำแช่กลีบกุหลาบ 2-3 หยด (เลือกดอกกุหลาบที่ปลูกอย่างปลอดสาร ใช้กลีบกุหลาบมากหน่อย น้ำไม่ต้องมาก วัตถุประสงค์ คือ ให้น้ำมันหอมจากกลีบกุหลาบออกมาอยู่ในน้ำ) ทาทั่วใบหน้า ทิ้งไว้ 15-20 นาที ทำให้ผิวหน้านุ่มและขาวขึ้น4. ผิวหน้าสดใสสำหรับคนหน้ามัน
ใช้น้ำมะนาวเล็กน้อยและน้ำแช่กลีบกุหลาบ ผสมกับน้ำคั้นผลแตงกวา ทาบนผิวหน้า ทำให้ผิวหน้าสดใส โดยเฉพาะคนที่มีผิวมัน5. ป้องกันสิวและสิวหัวดำ
ใช้เนื้อแตงกวาขูดฝอยพอกบริเวณใบหน้าและคอ ทิ้งไว้ 15?20 นาที ช่วยบำรุงผิว ใช้ บ่อยๆช่วยป้องกันผิวหน้าแห้ง ป้องกันการเกิดสิวและสิวหัวดำ

6. ลบรอยด่างดำ
การดื่มน้ำคั้นแตงกวา ร่วมกับการทาน้ำแตงกวาผสมน้ำแช่กลีบกุหลาบอัตราส่วนเท่าๆกัน ช่วยลดร่องรอยยุงกัด และลดรอยด่างดำบนผิวหนังได้
7. บำรุงผิว
ผสมน้ำคั้นแตงกวา น้ำมะนาว น้ำส้ม น้ำแช่กลีบกุหลาบ กลีเซอรีน และน้ำผึ้งอย่าละเท่าๆกัน ใช้ทาผิว ช่วยให้ตึงกระชับ เพิ่มความอ่อนเยาว์
8. ลดรอยหมองคล้ำใต้รักแร้
ใช้น้ำมันมะพร้าว 1 ช้อนโต๊ะ น้ำคั้นผลแตงกวา 1 ช้อนชา น้ำมะนาว 1 ช้อนชา และผงขมิ้นครึ่งช้อนชา หลังจากอาบน้ำเช็ดตัวให้ใช้สำลีชุบน้ำมันมะพร้าวเช็ดบริเวณใต้รักแร้เป็นวงกลม หลังจากนั้นผสมน้ำแตงกวา น้ำมะนาว และผงขมิ้นให้เข้ากัน ทาใต้รักแร้ทิ้งไว้ 20 นาที จากนั้นล้างออกและเช็ดให้แห้ง ทำสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง

อ่านต่อ

วันพฤหัสบดีที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2552

ผลไม้บอกนิสัย

ผลไม้ อาหารของทุกเพศทุกวัย ใครๆ ก็ชื่นชอบ เชื่อว่าแต่ละคนต้องมีผลไม้สุดโปรดเป็นของตัวเองแน่ๆ มาดูกันดีกว่าว่าผลไม้จะทายนิสัยของคุณได้แม่นแค่ไหน...อย่างไร กล้วย อุดมด้วยโพแทสเซียม คาร์โบไฮเดรต ย่อยง่าย ช่วยสมานแผลในกระเพาะอาหาร ช่วยควบคุมระดับความดันโลหิต ลดความเสี่ยงต่อมะเร็งกระเพาะอาหาร และลำไส้ สำหรับคนที่ชอบทานกล้วย ภายนอกดูจะเป็นคนเงียบขรึม แต่นิสัยจริงๆ คืออ่อนไหวง่าย ถ้าถูกใครพูดกระทบกระแทกหน่อยก็จะเก็บเอาไปคิดน้อยใจเสียใจ เป็นคนโอบอ้อมอารี มีเหตุผล รอบคอบ มองการณ์ไกล ชอบวางแผนอนาคตให้ตัวเองและคนที่อยู่รอบข้างเสมอ เป็นคนนิสัยรักสันโดษ เป็นคนที่มีจิตเป็นกุศล ชอบทำบุญแก่คนทุกข์ยาก

ส่วนที่เหลือ
เงาะ อุดมด้วยวิตามินซี แคลเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก ใยอาหาร ป้องกันหวัด ต้านอนุมูลอิสระ ลดความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็ง บรรเทาอาการท้องร่วง สำหรับสาวๆ ที่ชอบกินเงาะจะเป็นคนค่อนข้างขี้เล่น สามารถทำให้คนรอบข้างมีความสุขได้ ถึงคุณจะขี้โม้ไปบ้างแต่เพื่อนๆ ก็ชอบในความร่าเริงสนุกสนานของคุณ
แตงโม มีเบต้าแคโรทีน แคลเซียม ฟอสฟอรัส ใยอาหาร บรรเทาอาการกระหายน้ำ บำรุงสายตา บำรุงไต บำรุงกระดูกและฟัน ขับคอเลสเตอรอล รักษาระดับน้ำตาลในเลือด เป็นของว่างจานโปรด สำหรับสาวใจกว้าง อ่อนโยน มีน้ำใจกับมิตรสหาย ซื่อสัตย์ไม่คิดทรยศ เป็นคนง่ายๆ มองโลกในแง่ดี จะไม่ค่อยโวยวายหรือคิดมากวิตกกังวล ตั้งอกตั้งใจทำงานดี แต่มักแพ้ภัยแก่เพศตรงข้าม และคนที่ชอบกินแตงโมจะเป็นคนที่รักใคร่เอ็นดูของเพื่อนฝูงอีกด้วย
มังคุด บรรเทาอาการร้อนใน รักษาโรคท้องร่วง มีใยอาหารสูงช่วยให้ระบบขับถ่ายเป็นปกติ เหมาะสำหรับคนที่เก็บเนื้อเก็บตัว ช่างฝันและมีอารมณ์โรแมนติก อ่อนไหวง่าย รักใครได้ง่ายๆ และเก็บเอาไปนึกคิดคนเดียว แต่ไม่นานก็ลืมเอาดื้อๆ แล้วก็ไปหลงคนอื่นต่อไปเรื่อยเปื่อย พูดง่ายๆ คือเป็นผลไม้สำหรับคนเจ้าชู้ไงจ๊ะ
ลองกอง เป็นผลไม้ที่ให้พลังงานต่ำ เหมาะสำหรับผู้ที่ควบคุมน้ำหนัก เปลือกมีน้ำมันชันใช้เป็นยารักษาอาการท้องร่วง และเผาไล่ยุงได้ พวกที่ยึดเอาลองกองเป็นอาหารหลัก เป็นคนรักสันโดษ ชอบเดินทาง ชอบการผจญภัยในที่ที่ตนเองไม่เคยไป อนุรักษ์นิยม
ลำไย อุดมด้วยน้ำตาล วิตามินซี แคลเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก ใยอาหาร บำรุงร่างกาย บรรเทาอาการอ่อนเพลีย บำรุงเลือด บำรุงกระดูกและฟัน คนชอบทานผลไม้เม็ดเล็กชนิดนี้มักเป็นคนปากหวาน ชอบประจบประแจง ใช้คำพูดยกยอคนให้หลงปลื้ม แต่มักเป็นคนชอบนินทาว่าร้ายคนอื่นลับหลัง
สตรอเบอรี่ ในตำรายาสมุนไพร เชื่อกันว่าสตรอเบอรี่ มีสรรพคุณรักษานิ่วในไต บรรเทาอาการโรคข้ออักเสบ โรคเกาต์ และโรครูมาติซึม ถ้าชอบทานสตรอเบอรี่ บอกได้เลยว่าคุณเป็นสาวคุยสนุก มีอารมณ์ขัน ทำให้คนอื่นหัวเราะได้ตลอดเวลา เป็นที่ต้องการของเพื่อนๆ ในกลุ่ม และเมื่อจะพูดคุยหรือทำอะไรก็ต้องมีคนดู คนฟัง และค่อนข้างมีรสนิยมทีเดียว
มะม่วง มีวิตามินเอ วิตามินซี วิตามินอี ฟอสฟอรัส ใยอาหาร ช่วยบำรุงสายตา บำรุงเหงือกและฟัน ช่วยให้ผิวพรรณสดใส ลดสิว และริ้วรอยก่อนวัย ลดความเสี่ยงต่อโรคมะเร็งปากมดลูกและลำไส้ใหญ่ คนที่ชอบทานมะม่วงเป็นคนคล่องตัว ไม่ชอบอยู่นิ่ง ชอบลองของใหม่ๆอยู่เสมอ และเป็นคนที่ออกจะเจ้าชู้

อ่านต่อ

วันเสาร์ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2552


น้ำลายคั่งค้างอยู่ในปากเราทั้งวัน น้ำลายขับถ่ายจากต่อมน้ำลายข้างหูข้างคาง และคอหอยตลอดเวลา เนื่องด้วยต่อมน้ำลายได้ขับถ่ายออกมาไม่ขาดสาย ทำให้ปากและคอของเราชุ่มชื้น จึงทำให้เราไม่รู้สึกปากแห้งคอแห้ง
เมื่อเป็นเช่นนี้ ทำไมไม่ปรากฏว่าน้ำลายไหลในเวลากลางวันเล่า? อันที่จริงน้ำลายนั้นขับออกมาไม่ขาดสาย และยิ่งถ้าถูกกระตุ้นด้วยกลิ่นต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นกลิ่นหอม กลิ่นเหม็น กลิ่นเปรี้ยว น้ำลายที่ขับออกมาจะมากขึ้นและเร็วขึ้น น้ำลายก็จะอยู่แต่ในปาก โดยไม่ไหลออกนอกปาก เพราะว่าเราสามารถควบคุมไว้ได้โดยจิตสำนึกของเราเองแต่ในเวลากลางคืนจะไม่เป็นเช่นนี้


ส่วนที่เหลือ
พอนอนหลับ กล้ามเนื้อตลอดทั้งตัวจะผ่อนคลาย สมองจะพักผ่อนโดยลืมทุกสิ่งทุกอย่าง การเคลื่อนไหวเพื่อควบคุมการกลืนน้ำลายลงท้องโดยจิตสำนึกจะหยุดชะงัก ฉะนั้นจึงเป็นไปได้ที่น้ำลายจะไหลออกนอกปากได้โดยอิสระเสรี แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะนอนน้ำลายไหลไปเสียหมด จะเป็นมากกับเด็กๆ ที่เล่นในเวลากลางวันมากเกินไป หรือผู้ใหญ่ทำงานด้วยความเหน็ดเหนื่อย ในเวลากลางคืนนอนหลับสนิท ไม่กระดิกกระเดี้ย อาจทำให้ริมฝีปากปิดไม่มิดมีช่องว่างหรือบางทีคัดจมูกแล้วหายใจด้วยปาก ถ้าเป็นเช่นนี้ พอตื่นนอนก็จะพบว่ามีน้ำลายฟูมอยู่บนหมอนของตัวเองนะจ๊ะ

อ่านต่อ